+:- กำแพงที่มองไม่เห็น -:+

posted on 04 Jun 2007 22:08 by gralent in DIARY


กลับมาแล้วคร๊าบบบบ

*โค้ง*

หลังจากหายหน้าหายตาไปเกือบสองอาทิตย์
ในที่สุดก็มีชีวิตรอดกลับมาจนได้

*หัวเราะ*

สัปดาห์ที่ผ่านมา
จะว่าสนุกมันก็สนุกอะนะครับ
แต่จะว่าเหนื่อยมันก็เหนื่อยเหมือนกัน

จากสัปดาห์ที่ผ่านมา
มันทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง

มีคนเคยพูดเอาไว้
ว่าคนเรา จะมีตัวตนอยู่ได้ ก็จากการที่มีคนอื่นๆอยู่รอบตัวของเราเท่านั้น
ผมเองก็คงเป็นหนึ่งในนั้นสินะครับ

หลายวันที่ผ่านมา
ผมพยามที่จะอยู่คนเดียว โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร
เพราะผมเชื่อ...ว่าตัวผมเองเข้มแข็งพอที่จะมีชีวิตอยู่เพียงลำพังคนเดียวได้
ทั้งๆที่เชื่ออย่างนั้น...

แต่ตัวผมเอง กลับรู้สึกว่างเปล่าลง ทุกที...ทุกที
ถึงแม้จะมีคนมากมายอยู่รายล้อมผม
แต่ตัวผมเองกลับรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว

เคยรู้สึกรึเปล่าล่ะฮะ?
การที่ตัวเราหยุดนิ่งอยู่กับที่ แล้วมองสิ่งต่างๆเคลื่อนไหวผ่านตัวเราไปมา
โดยที่เรารู้สึกเหมือนกับว่า...เราไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นั่นน่ะ

ไม่รู้สินะฮะ
แต่เวลาที่ผมอยู่คนเดียวในที่ๆมีคนเยอะๆทีไร
ผมก็จะรู้สึกแบบนั้น

แล้วก็เริ่มที่จะกลัว...หวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมกลัวว่า ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนั้น
นานๆเข้า...ตัวผมเองจะสลายหายไปในอากาศ...แล้วไม่มีใครสามารถมองเห็นผมได้อีกเลย

การค่อยๆตายไปทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่...กับการมีชีวิตอยู่แต่รู้สึกเหมือนตายไปแล้วนี่
ไม่รู้แบบไหนมันน่ากลัวกว่ากันนะฮะ?

ผมไม่ใช่คนที่โชคร้ายที่สุดในโลก
ออกจะโชคดีกว่าคนอื่นๆซะด้วยซ้ำ
ทุกๆคนต่างก็มีความทุกข์เป็นของตัวเอง
ข้อนั้นผมเข้าใจดี

ผมเองควรจะมีความสุข
ทั้งที่พยามจะมีความสุขแล้วแท้ๆเชียว...

พูดถึงความทุกข์

ความทุกข์จะมาก หรือจะน้อยแค่ไหน
มันก็ขึ้นอยู่กับว่า...คนๆนั้นเข้มแข็งพอที่จะรับกับสถาณการณ์ของตัวเองได้แค่ไหน
ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา
ผมพยาม...พยามมาตลอด
พยามที่จะทำตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น...พยามทำตัวเองให้สดใสร่าเริงอยู่ตลอดเวลา

ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ผมคิดมาตลอด...ว่าตัวผมเองเข้มแข็งขึ้นแล้ว
ผมไม่หวั่นไหวกับสถานการณ์ใดๆอีกต่อไปแล้ว

แต่สุดท้ายผมเองก็ได้รับรู้
ว่าจริงๆแล้ว...สิ่งที่ผมพยามทำให้เข้มแข็งขึ้นนั้น
มันเป็นเพียงแค่ "เปลือกนอก" ที่ผมพยามสร้างขึ้นเท่านั้น
ยิ่งผมพยายามมากเท่าไหร่
ตัวตนที่อยู่ภายในมันก็ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น

ผมเพิ่งรู้ตัวเองว่าอ่อนแอขนาดนี้
ก็ตอนที่ผมสามารถพูดว่า "จะคืนชีวิตให้" กับแม่ผมได้เต็มปากโดยไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ
ทั้งที่เคยคิด...
ว่าคนที่คิดจะฆ่าตัวตายนั้นเป็นคนโง่...แล้วก็ไร้สาระ
ทั้งที่เคยคิด...
ว่าผมเองจะไม่ทำแบบนั้น
แต่พอถึงเวลา
ผมกลับคิดที่จะทำมันออกมาได้ง่ายๆโดยไม่นึกเสียใจอะไรเลยด้วยซ้ำ

ตอนนั้นผมคิดจริงๆนะครับ
ถ้าหากชีวิตของเรา มันไม่ใช่ของเราอีกต่อไปแล้ว
แล้วคนเราจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไรล่ะครับ?

ชีวิตของผม...มันไม่ใช่ของผม
แม่ผมเค้าเป็นคนบอกผมเอาไว้เอง
ผมไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรทั้งนั้น...ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น
ชีวิตที่ต้องเดินตามทางที่วางเอาไว้...ทุกๆก้าว...ทุกๆก้าว
มีหน้าที่เพียงแค่ตื่นมาแล้วก็หายใจต่อไปเท่านั้น

ผมคิดจริงๆว่ามันไม่มีประโยชน์ ที่จะต้องทนเหนื่อย...มีชีวิตต่อไป
โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการอะไร

จะมีชีวิตต่อไปเพื่ออะไร?

อยากจะให้ผมเติบโตขึ้นมางดงาม
แล้วคำว่า "งดงาม" ของแม่มันหมายถึงอะไรอย่างนั้นเหรอครับ?
งดงามหรือไม่
ขอให้ผมเป็นคนเลือกมันเองจะได้มั้ยฮะ?
มันอาจจะฟังดูโง่
แต่อย่างน้อย...ขอให้ผมได้ตัดสินชีวิตของผมด้วยตัวของผมเองจะได้มั้ยฮะ?

คนหัวดื้ออย่างผม
ถ้าไม่ใช่เพราะแม่
ผมคงไม่ยอมมีชีวิตแบบนี้ต่อไปแน่ๆ
แต่ตอนนี้...ผมก็ยอมแล้ว
ผมจะใช้ชีวิตที่เป็นของแม่ต่อไป...ตามที่แม่ต้องการ
แบบนี้...แม่คงจะมีความสุขแล้ว...ใช่มั้ยฮะ?

ทั้งที่ตัดสินใจปล่อยวางทุกอย่าง
ตัดสินใจที่จะไม่คิดอะไรอีก

แต่ทุกครั้งที่ผมเดินอยู่คนเดียว
ผมก็จะรู้สึกเหมือนเดิมอีกครั้ง

ความรู้สึกว่างเปล่า...เหมือนตัวเองกำลังจะสลายหายไปจากตรงนั้น
ไม่รู้เมื่อไหร่สินะฮะ
ที่ไอ้ความรู้สึกอ่อนแอแบบนี้มันจะหายไปซักที

ความอ่อนแอที่คนเข้มแข็งคงไม่มีวันจะเข้าใจ
และหลายคนคงจะมองว่ามันไร้สาระ
แต่ผมไม่โทษใครหรอกนะฮะ
เพราะตัวผมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน

ตั้งแต่ไหนแต่ไร
ผมเป็นคนประเภทที่เกลียดความเปลี่ยนแปลงเป็นที่สุด
เพราะผมรู้ตัวดี...ว่าตัวเองเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ยาก
แล้วคนอื่นเองก็คงเข้าถึงผมได้ยากเช่นเดียวกัน

ยังไงๆผมก็ไม่ชอบอะครับ
ที่จะต้องถามทุกๆคนที่เจอ ว่าชื่ออะไร มาจากไหน
เพราะถึงจะถามไป คนที่จะนิสัยเข้ากันได้กับผมมันก็คงจะไม่มีอยู่ดี
ความจริงผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเรื่งนี้หรอกนะครับ
เพราะคนอย่างผม
ถ้าจะต้องฝืนตัวเองเพื่อทำอะไรที่ทำแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวผม
ผมว่าการอยู่คนเดียวเงียบๆน่าจะรู้สึกดีกว่า

ผมเองก็เป็นพวกมนุษย์สัมพันธ์ไม่ค่อยดีซะด้วย
บางทีกำแพงที่ผมสร้างขึ้นมามันคงหนาจนยากเกินจะเยียวยาซะแล้วละมังครับ

แต่มันก็แปลกดีนะครับ
ทั้งที่เป็นคนปิดตัวเองขนาดนี้...แต่พอเป็นคนที่อยู่ในแวดวงเดียวกันกลับเปิดใจรับได้ง่ายๆ
มันคล้ายๆกับรู้สึกอุ่นใจละมั้งครับ
ว่าอย่างน้อย...ก็เป็นคนที่คุยภาษาเดียวกันรู้เรื่อง

เพราะอย่างผมนี่
จะให้ไปคุยว่าแฟชั่นตอนนี้เป็นยังไง...หรือให้คุยเรื่องละครหลังข่าวก็คงไม่เหมาะอะนะครับ

ยังไงๆผมก็ไม่ชอบบรรยากาศแบบว่า คุยกันแบบแกนๆ เพราะไม่ได้สนใจเรื่องเดียวกัน
พื้นเพนิสัยก็ต่างกัน
ต้องคอยหัวเราะแบบว่าขอไปที อะไรแบบนั้นน่ะ
มันดูต้องฝืนตัวเองแล้วก็ต้องเสแสร้ง

ผมละไม่ชอบเลยจริงๆ ให้ตายเหอะ

ผมไม่อยากทำตัวเป็นตัวถ่วง
ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาคอยดูแล

ทั้งที่ผมพยามที่จะเข้มแข็ง
แต่มันกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย

ตัวผมเอง พยามตามหามาตลอด
พยามตามหาใครคนนึง ที่จะคอยดูแลผมอยู่ตลอดเวลา
พยามจะตามหาคนซักคนนึง
ที่จะเข้มแข็งพอที่จะคอยปกป้อง เป็นที่พึ่งพิงให้กับผมได้
ใครซักคนนึง
ที่จะรักผม...มากพอที่จะคอยดูแลผมไปตลอด และคอยอยู่เคียงข้างผมอยู่ตลอดเวลา
แต่คนๆนั้นก็ไม่เคยมี
ขนาดเพื่อนรักของผมเอง...ยังเคยบอกผมเลยครับ
ว่าคนๆนั้นน่ะ...มันไม่มีอยู่จริงหรอก
ผมไม่มีวันจะตามหาเค้าเจอ

บางทีมันก็อาจจะจริงก็ได้นะครับ
เพราะผมเอง ก็เลิกที่จะตามหาเค้าไปนานแล้ว

แต่ไม่รู้ว่าทำไม
เวลาที่อยู่คนเดียวทีไร
ก็เริ่มจะคิดว่า...คนๆนั้น...ถ้าหากว่ามีอยู่จริง...มันก็คงจะดี...ว่ามั้ยฮะ

คนที่รักเราถึงขนาดนั้นน่ะ
ใครบ้างละฮะ...ที่จะไม่ต้องการ

ความคิดของผม มันคงจะเด็กมากเลยสินะฮะ

ผมเองก็คิดนะ
ว่าถ้าผมยังเป็นเด็กอยู่แบบนี้
ถ้ายังมัวทำตัวอ่อนแอแล้วก็เปราะบางอยู่แบบนี้

ผมก็มีแต่จะทำให้เพื่อนๆของผมเสียเวลาไปเปล่าๆ
ผมเกรงใจพวกเค้าอะครับ
ที่จะต้องมาคอยดูแลผม...คอยแบ่งปันความเข้มแข็งแล้วก็ร่าเริงให้กับผม
เพราะยังไง ผมก็ไม่ใช่ "คนของเค้าคนเดียวเท่านั้น" อยู่ดี
เค้ายังมีเพื่อนอีกเยอะแยะ
ทุกคนต่างก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง

คงมีแต่ผมคนเดียวเท่านั้นนั่นแหละฮะ
ที่จะต้องคอยแบ่งปันความร่าเริง...ความเข้มแข็ง...แล้วก็ความสุขจากคนอื่น
ผมมันอ่อนแอเกินไป
ทั้งที่ปกติดูร่าเริง...สดใส
พยามทำตัวเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา

แต่เวลาที่อยู่คนเดียว
กลับไม่ต่างอะไรกับหุ่นเปล่าๆที่ไม่มีชีวิตจิตใจ
เป็นแค่ตุ๊กตาตัวนึงที่หายใจแล้วก็เคลื่อนไหวไปมาได้เท่านั้น

มันอาจจะฟังดูตลก
แต่เวลาที่ผมเดินอยู่คนเดียว
โดยไม่มีเพื่อนเดินอยู่ด้วย

ผมแทบไม่มีความรู้สึก ไม่ความคิด ไม่มีอารมณ์อะไรทั้งน