กลับมาแล้วคร๊าบบบบ

*โค้ง*

หลังจากหายหน้าหายตาไปเกือบสองอาทิตย์
ในที่สุดก็มีชีวิตรอดกลับมาจนได้

*หัวเราะ*

สัปดาห์ที่ผ่านมา
จะว่าสนุกมันก็สนุกอะนะครับ
แต่จะว่าเหนื่อยมันก็เหนื่อยเหมือนกัน

จากสัปดาห์ที่ผ่านมา
มันทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง

มีคนเคยพูดเอาไว้
ว่าคนเรา จะมีตัวตนอยู่ได้ ก็จากการที่มีคนอื่นๆอยู่รอบตัวของเราเท่านั้น
ผมเองก็คงเป็นหนึ่งในนั้นสินะครับ

หลายวันที่ผ่านมา
ผมพยามที่จะอยู่คนเดียว โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร
เพราะผมเชื่อ...ว่าตัวผมเองเข้มแข็งพอที่จะมีชีวิตอยู่เพียงลำพังคนเดียวได้
ทั้งๆที่เชื่ออย่างนั้น...

แต่ตัวผมเอง กลับรู้สึกว่างเปล่าลง ทุกที...ทุกที
ถึงแม้จะมีคนมากมายอยู่รายล้อมผม
แต่ตัวผมเองกลับรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว

เคยรู้สึกรึเปล่าล่ะฮะ?
การที่ตัวเราหยุดนิ่งอยู่กับที่ แล้วมองสิ่งต่างๆเคลื่อนไหวผ่านตัวเราไปมา
โดยที่เรารู้สึกเหมือนกับว่า...เราไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นั่นน่ะ

ไม่รู้สินะฮะ
แต่เวลาที่ผมอยู่คนเดียวในที่ๆมีคนเยอะๆทีไร
ผมก็จะรู้สึกแบบนั้น

แล้วก็เริ่มที่จะกลัว...หวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมกลัวว่า ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนั้น
นานๆเข้า...ตัวผมเองจะสลายหายไปในอากาศ...แล้วไม่มีใครสามารถมองเห็นผมได้อีกเลย

การค่อยๆตายไปทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่...กับการมีชีวิตอยู่แต่รู้สึกเหมือนตายไปแล้วนี่
ไม่รู้แบบไหนมันน่ากลัวกว่ากันนะฮะ?

ผมไม่ใช่คนที่โชคร้ายที่สุดในโลก
ออกจะโชคดีกว่าคนอื่นๆซะด้วยซ้ำ
ทุกๆคนต่างก็มีความทุกข์เป็นของตัวเอง
ข้อนั้นผมเข้าใจดี

ผมเองควรจะมีความสุข
ทั้งที่พยามจะมีความสุขแล้วแท้ๆเชียว...

พูดถึงความทุกข์

ความทุกข์จะมาก หรือจะน้อยแค่ไหน
มันก็ขึ้นอยู่กับว่า...คนๆนั้นเข้มแข็งพอที่จะรับกับสถาณการณ์ของตัวเองได้แค่ไหน
ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา
ผมพยาม...พยามมาตลอด
พยามที่จะทำตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น...พยามทำตัวเองให้สดใสร่าเริงอยู่ตลอดเวลา

ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ผมคิดมาตลอด...ว่าตัวผมเองเข้มแข็งขึ้นแล้ว
ผมไม่หวั่นไหวกับสถานการณ์ใดๆอีกต่อไปแล้ว

แต่สุดท้ายผมเองก็ได้รับรู้
ว่าจริงๆแล้ว...สิ่งที่ผมพยามทำให้เข้มแข็งขึ้นนั้น
มันเป็นเพียงแค่ "เปลือกนอก" ที่ผมพยามสร้างขึ้นเท่านั้น
ยิ่งผมพยายามมากเท่าไหร่
ตัวตนที่อยู่ภายในมันก็ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น

ผมเพิ่งรู้ตัวเองว่าอ่อนแอขนาดนี้
ก็ตอนที่ผมสามารถพูดว่า "จะคืนชีวิตให้" กับแม่ผมได้เต็มปากโดยไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ
ทั้งที่เคยคิด...
ว่าคนที่คิดจะฆ่าตัวตายนั้นเป็นคนโง่...แล้วก็ไร้สาระ
ทั้งที่เคยคิด...
ว่าผมเองจะไม่ทำแบบนั้น
แต่พอถึงเวลา
ผมกลับคิดที่จะทำมันออกมาได้ง่ายๆโดยไม่นึกเสียใจอะไรเลยด้วยซ้ำ

ตอนนั้นผมคิดจริงๆนะครับ
ถ้าหากชีวิตของเรา มันไม่ใช่ของเราอีกต่อไปแล้ว
แล้วคนเราจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไรล่ะครับ?

ชีวิตของผม...มันไม่ใช่ของผม
แม่ผมเค้าเป็นคนบอกผมเอาไว้เอง
ผมไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรทั้งนั้น...ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น
ชีวิตที่ต้องเดินตามทางที่วางเอาไว้...ทุกๆก้าว...ทุกๆก้าว
มีหน้าที่เพียงแค่ตื่นมาแล้วก็หายใจต่อไปเท่านั้น

ผมคิดจริงๆว่ามันไม่มีประโยชน์ ที่จะต้องทนเหนื่อย...มีชีวิตต่อไป
โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการอะไร

จะมีชีวิตต่อไปเพื่ออะไร?

อยากจะให้ผมเติบโตขึ้นมางดงาม
แล้วคำว่า "งดงาม" ของแม่มันหมายถึงอะไรอย่างนั้นเหรอครับ?
งดงามหรือไม่
ขอให้ผมเป็นคนเลือกมันเองจะได้มั้ยฮะ?
มันอาจจะฟังดูโง่
แต่อย่างน้อย...ขอให้ผมได้ตัดสินชีวิตของผมด้วยตัวของผมเองจะได้มั้ยฮะ?

คนหัวดื้ออย่างผม
ถ้าไม่ใช่เพราะแม่
ผมคงไม่ยอมมีชีวิตแบบนี้ต่อไปแน่ๆ
แต่ตอนนี้...ผมก็ยอมแล้ว
ผมจะใช้ชีวิตที่เป็นของแม่ต่อไป...ตามที่แม่ต้องการ
แบบนี้...แม่คงจะมีความสุขแล้ว...ใช่มั้ยฮะ?

ทั้งที่ตัดสินใจปล่อยวางทุกอย่าง
ตัดสินใจที่จะไม่คิดอะไรอีก

แต่ทุกครั้งที่ผมเดินอยู่คนเดียว
ผมก็จะรู้สึกเหมือนเดิมอีกครั้ง

ความรู้สึกว่างเปล่า...เหมือนตัวเองกำลังจะสลายหายไปจากตรงนั้น
ไม่รู้เมื่อไหร่สินะฮะ
ที่ไอ้ความรู้สึกอ่อนแอแบบนี้มันจะหายไปซักที

ความอ่อนแอที่คนเข้มแข็งคงไม่มีวันจะเข้าใจ
และหลายคนคงจะมองว่ามันไร้สาระ
แต่ผมไม่โทษใครหรอกนะฮะ
เพราะตัวผมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน

ตั้งแต่ไหนแต่ไร
ผมเป็นคนประเภทที่เกลียดความเปลี่ยนแปลงเป็นที่สุด
เพราะผมรู้ตัวดี...ว่าตัวเองเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ยาก
แล้วคนอื่นเองก็คงเข้าถึงผมได้ยากเช่นเดียวกัน

ยังไงๆผมก็ไม่ชอบอะครับ
ที่จะต้องถามทุกๆคนที่เจอ ว่าชื่ออะไร มาจากไหน
เพราะถึงจะถามไป คนที่จะนิสัยเข้ากันได้กับผมมันก็คงจะไม่มีอยู่ดี
ความจริงผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเรื่งนี้หรอกนะครับ
เพราะคนอย่างผม
ถ้าจะต้องฝืนตัวเองเพื่อทำอะไรที่ทำแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวผม
ผมว่าการอยู่คนเดียวเงียบๆน่าจะรู้สึกดีกว่า

ผมเองก็เป็นพวกมนุษย์สัมพันธ์ไม่ค่อยดีซะด้วย
บางทีกำแพงที่ผมสร้างขึ้นมามันคงหนาจนยากเกินจะเยียวยาซะแล้วละมังครับ

แต่มันก็แปลกดีนะครับ
ทั้งที่เป็นคนปิดตัวเองขนาดนี้...แต่พอเป็นคนที่อยู่ในแวดวงเดียวกันกลับเปิดใจรับได้ง่ายๆ
มันคล้ายๆกับรู้สึกอุ่นใจละมั้งครับ
ว่าอย่างน้อย...ก็เป็นคนที่คุยภาษาเดียวกันรู้เรื่อง

เพราะอย่างผมนี่
จะให้ไปคุยว่าแฟชั่นตอนนี้เป็นยังไง...หรือให้คุยเรื่องละครหลังข่าวก็คงไม่เหมาะอะนะครับ

ยังไงๆผมก็ไม่ชอบบรรยากาศแบบว่า คุยกันแบบแกนๆ เพราะไม่ได้สนใจเรื่องเดียวกัน
พื้นเพนิสัยก็ต่างกัน
ต้องคอยหัวเราะแบบว่าขอไปที อะไรแบบนั้นน่ะ
มันดูต้องฝืนตัวเองแล้วก็ต้องเสแสร้ง

ผมละไม่ชอบเลยจริงๆ ให้ตายเหอะ

ผมไม่อยากทำตัวเป็นตัวถ่วง
ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาคอยดูแล

ทั้งที่ผมพยามที่จะเข้มแข็ง
แต่มันกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย

ตัวผมเอง พยามตามหามาตลอด
พยามตามหาใครคนนึง ที่จะคอยดูแลผมอยู่ตลอดเวลา
พยามจะตามหาคนซักคนนึง
ที่จะเข้มแข็งพอที่จะคอยปกป้อง เป็นที่พึ่งพิงให้กับผมได้
ใครซักคนนึง
ที่จะรักผม...มากพอที่จะคอยดูแลผมไปตลอด และคอยอยู่เคียงข้างผมอยู่ตลอดเวลา
แต่คนๆนั้นก็ไม่เคยมี
ขนาดเพื่อนรักของผมเอง...ยังเคยบอกผมเลยครับ
ว่าคนๆนั้นน่ะ...มันไม่มีอยู่จริงหรอก
ผมไม่มีวันจะตามหาเค้าเจอ

บางทีมันก็อาจจะจริงก็ได้นะครับ
เพราะผมเอง ก็เลิกที่จะตามหาเค้าไปนานแล้ว

แต่ไม่รู้ว่าทำไม
เวลาที่อยู่คนเดียวทีไร
ก็เริ่มจะคิดว่า...คนๆนั้น...ถ้าหากว่ามีอยู่จริง...มันก็คงจะดี...ว่ามั้ยฮะ

คนที่รักเราถึงขนาดนั้นน่ะ
ใครบ้างละฮะ...ที่จะไม่ต้องการ

ความคิดของผม มันคงจะเด็กมากเลยสินะฮะ

ผมเองก็คิดนะ
ว่าถ้าผมยังเป็นเด็กอยู่แบบนี้
ถ้ายังมัวทำตัวอ่อนแอแล้วก็เปราะบางอยู่แบบนี้

ผมก็มีแต่จะทำให้เพื่อนๆของผมเสียเวลาไปเปล่าๆ
ผมเกรงใจพวกเค้าอะครับ
ที่จะต้องมาคอยดูแลผม...คอยแบ่งปันความเข้มแข็งแล้วก็ร่าเริงให้กับผม
เพราะยังไง ผมก็ไม่ใช่ "คนของเค้าคนเดียวเท่านั้น" อยู่ดี
เค้ายังมีเพื่อนอีกเยอะแยะ
ทุกคนต่างก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง

คงมีแต่ผมคนเดียวเท่านั้นนั่นแหละฮะ
ที่จะต้องคอยแบ่งปันความร่าเริง...ความเข้มแข็ง...แล้วก็ความสุขจากคนอื่น
ผมมันอ่อนแอเกินไป
ทั้งที่ปกติดูร่าเริง...สดใส
พยามทำตัวเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา

แต่เวลาที่อยู่คนเดียว
กลับไม่ต่างอะไรกับหุ่นเปล่าๆที่ไม่มีชีวิตจิตใจ
เป็นแค่ตุ๊กตาตัวนึงที่หายใจแล้วก็เคลื่อนไหวไปมาได้เท่านั้น

มันอาจจะฟังดูตลก
แต่เวลาที่ผมเดินอยู่คนเดียว
โดยไม่มีเพื่อนเดินอยู่ด้วย

ผมแทบไม่มีความรู้สึก ไม่ความคิด ไม่มีอารมณ์อะไรทั้งนั้น
จะให้ผมไปทักทาย...ทำสีหน้ายิ้มแย้ม
มันคงเกินความสามารถของผมจริงๆ

แล้วอีกอย่างก็คือ
บางทีเวลารู้จักใครแล้ว
พอผมเจอเค้าอีกที...หรือเวลาที่เค้าเดินผ่าน
ผมเองอาจจะมองไม่เห็นเค้าด้วยซ้ำ
เพราะจริงๆแล้ว...นอกจากเพื่อนๆผมเองคงไม่รู้
ว่าระยะการมองเห็นของผม...มันมีอยู่แค่ไม่ถึงสามเมตรด้วยซ้ำ
นอกนั้นก็จะเห็นเป็นแค่เงามัวๆเท่านั้น

แต่ก็นั่นอีกแหละครับ
เพราะปกติผมไม่ได้ใส่แว่น

ถึงแม้จะสายตาสั้นซะขนาดนั้นก็เหอะ
โรคจิตเนอะ...ว่ามั้ย?

ที่พล่ามมาตั้งยาวขนาดนี้
มันก็ไม่ได้มีสาระอะไรหรอกนะฮะ
ถ้าใครที่อ่านจนมาถึงตรงนี้ก็คงจะรู้ดี

ผมแค่อยากจะบอกเพื่อนคนนึงของผมเท่านั้น
ตลอดเวลา มันเป็นคนร่าเริง
มนุษย์สัมพันธ์ดีมาตลอดตั้งแต่ไหนแต่ไร
ก็เพราะมัน
ที่ทำให้ผมมีชีวิตชีวา และสดใสมากขึ้น
แต่ผมก็เกรงใจจริงๆอะครับ

ผมรู้ว่ามันก็ต้องมีชีวิตของมัน
มีความสุขกับเพื่อนใหม่ๆ
ผมเองก็รู้...ว่ามันคงจะลำบากใจ...ที่จะต้องมาคอยดูแลผม
บางทีอาจจะคิดว่าผมน่ารำคาญซะด้วยซ้ำ

แต่ก็นั่นแหละครับ
ขอเวลาผมอีกหน่อยก็แล้วกัน
ให้ผมเข้มแข็งได้มากกว่านี้อีกนิด
ขอแค่ให้ผมเข้มแข็งได้มากกว่านี้อีกซักนิด

ถ้าถึงเวลานั้น
ผมก็คงจะไม่รบกวนมันอีก
จะไม่เป็นตัวถ่วง...ให้มันต้องมาคอยดูแลผมอีกต่อไป

วันก่อนแม่ผมก็พึ่งจะว่าผมไป
ว่าให้ผมยืนด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้
แต่จะว่ายังไงดีหล่ะครับ

จะว่าผมอ่อนแอก็ได้
แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ผมเคยชินกับการที่ได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนสนิทของผม
เคยชินกับการที่ได้อยู่ด้วยกันอยู่ตลอดเวลา

แล้วพอมาถึงวันที่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป
แน่นอน...ว่าเด็กโง่อย่างผมคงจะรับมันไม่ได้อีกแล้วล่ะฮะ

เฮ้อ...

คิดแล้วก็เหนื่อยใจจริงๆเลยเนอะ

เหอะ เหอะ


------------------------------------

อา...

ที่จริงผมไม่ค่อยเงียบหรอก

แต่เป็นพวกคุยกะคนที่ไม่รู้จักไม่ถนัดอะคับ

เลยชอบนั่งเงียบๆซะมากกว่า

แหง่บๆ

Get this widget |Share |Track details

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เราเข้าใจนะ เราก็เป็นหล่ะ มีช่วงนึงที่เรารับน้องอยู่ ตอนนั้นเราเหนื่อยมาก แทบจะร้องไห้ออกมาเลยล่ะ เรานะเป็นอะไรที่แคร์เรื่องเพื่อนๆสุดๆ เราอ่ะจะมีคนนึงที่เราจะคิดว่าสนิทที่สุด เมื่อก่อนมันใช่ แต่ตอนนี้ทำไมเราดูเหมือนถูกทิ้ง...ที่จริงมันไม่ใช่การทิ้งกันหรอก เราเองแหละมั้งที่โรคจิตติดเพื่อนมากเกินไป เราจะรู้สึกแย่มากถ้ามันไม่แคร์เรา ไม่เป็นห่วงเราเหมือนที่เรารู้สึกกัยมัน ซึ่งเราก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะแยกตัวออกไป เราเกียดความเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน มันทำให้เรารวนไปหมด ถ้าให้เลือกทนกับบางสิ่งแล้วทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม เราทนนะ....ถ้าเป็นเรื่องเพื่อนน่ะ
เราอยากมีเหมือนกันนะ คนที่รักเราที่สุดคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรืออะไรก็ตาม เราจะทุ่มให้เต็มร้อยเลยกับเพื่อนสนิท แต่เรากลับเห็นแก่ตัวนะว่าทำไมเราไม่ได้กลับมาเต็มร้อยมั่งหล่ะ จนในที่สุดแล้วพอเราติดมันจริงๆ มันก็จะรำคาน กลายเป็นจะตีห่างจากเราไป เราก็เสียใจนะ แต่พยายามเข้าใจมันอ่ะ สุดท้ายแล้วมันอาจจะเป็นจริงก็ได้นะที่คนๆนั้นคงไม่มีอยู่จริง แต่เราก็ยังเฝ้ารอคนๆนั้นอยู่ พูดๆไปพอเราเจอการเลนท์เราก็รู้เลยว่าการเลนท์อาจจะคุยยาก แบบยังไงดีล่ะ พูดตรงๆนะ อาจจะดูเงียบๆ คุยไม่เก่งอะไรแบบนั้น จนบางครั้งเราเผลอคุยกับเฟย์กับเคย์(ซึ่งมันเป็นคนคุยเก่งไง)เยอะจนไม่ได้มาคุยกับการเลนท์มากเท่าสองคนนั้น เราแคร์มากเลยนะ เราแคร์ความรู้สึกการเลนท์มากๆเลย อาจจะเป็นข้อแก้ตัวว่าเราไม่มีเวลาเลยช่วงนี้ อยากหาเวลาชิวๆสบายมานั่งคุยกันบ้าง อย่างเมื่อเย็นนี้อ่ะ เราขอสารภาพเลยว่า ที่จริงเราอยากอยู่กินข้าวต่อด้วยมาก แต่สุดท้ายเราก็จำเป็นต้องเดินตามเพื่อนกลับคนอ.ไป เราพลาดมาก.....อยากอยู่กับการเลนท์เฟย์เคย์มาก อยากนั่งคุยกันให้นานกว่านี้
แต่สุดท้ายแล้วก็ทำไม่ได้ซักที บางครั้งถ้าเราคุยกับการเลนท์น้อยก็ขอโทดนะT^T เราแคร์จริงๆนะถึงการเลนท์จะว่าไงก็ตาม เราไม่อยากให้คิดว่าเราอยากคุยกะเฟย์กะเคย์มากกว่าอะไรแบบนั้น เราคิดเรื่องนี้มาสองวันได้แล้วมั้ง พูดตรงๆนะ มันเหมือนกับไม่รู้จะคุยอะไรแต่อยากจะทักมากๆ บางครั้งทักไปเราก็จะเอ๋อๆคุยต่อไม่ถูก จุดประสงค์คือดีใจที่เจอและอยากทักถึงที่ไม่มีอะไรคุย แหะๆ งงมั๊ยเนี่ย พูดตรงๆนะ เราอาจจะเป็นคนๆนั้นของการเลนท์ไม่ได้ บอกตรงๆเราคงให้เวลาการเลนท์คุงเต็มที่แบบนั้นไม่ได้ อย่างที่บอก เราก็มีหน้าที่ของเรา ซึ่ง...ถ้าปัดมันทิ้งไปได้ก็จะดีมาก...เราเหนื่อยนะ อยากได้ชีวิตเดิมๆที่เรื่อยๆเปื่อยๆของเราคืน มีเวลานั่งเมาท์คุยกับเพื่อนๆซึ่งที่จริงถ้าเราไม่เป็นคนอเราก็อาจจะมีเวลามาอยู่กับการเลนท์ได้อ่ะ แต่สุดท้ายแล้วเราก็แก้ไขอะไรไม่ได้ เรารับหน้าที่นี้มาแล้ว(ซึ่งต้องทำไปตลอดถึงปีสี่) ซึ่งอันที่จริงเราก็เริ่มสนุกกับมันนะ รักคนอแล้ว อะไรแบบนั้น แต่ก็อดคิดถึงชีวิตเก่าๆไม่ได้เท่านั้นเอง ที่จะบอกก็คือเราก็คิดถึงช่วงเวลาว่างๆของเรา ที่เราอาจจะได้มาอยู่กับการเลนท์มากๆน่ะแหละ อีกไม่นานกิจกรรมก็จะมาอีก เราก็จะปางตายอีก มันรู้สึกแย่นิดหน่อยที่เราไม่ได้เจอกันเต็มที่เลย เราแคร์การเลนท์จริงๆนะที่ไม่ได้คุยกับการเลนท์เยอะๆ ทั้งๆที่คุยกับเฟย์ก็เยอะ กับเคย์ก็เยอะ แต่การเลนท์กลับน้อยกว่าทุกคน เราเส้ามากๆจริงๆ ไม่ว่าจะอะไรก็ตามเราก็จะทักการเลนท์ต่อไป ถึงอาจจะคุยงงๆนะT^T *กอดแน่นขึ้นอีก* อยากให้เราเข้าใจซึ่งกันและกันและรู้กันนะว่าเราอยากคุยกับการเลนท์ไม่ว่าเวลานั้นเราจะทำงานอยู่แล้วได้แค่ทัก หรือเดินกับเพื่อนอยู่ก็ได้แค่ทักแล้วเดินผ่านไป หรือพอเจอทั้งสามคนก็ดันคุยกับการเลนท์น้อยอีก เห้อออ เราไม่ได้อยากให้มันเป็นงั้นเลยอ่า เราขอโทดจริงๆนะ *กอดอีก* แบบว่าไม่ว่าจะอะไรก็ตาม เราก็คิดถึงการ์เลนท์นะ ไม่อยากให้การเลนท์คิดอย่างงั้นเลยทั้งฆ่าตัวตายหรือคิดว่าตัวเองอยู่คนเดียว เรารู้ตัวเองว่าเราคงไม่มีประโยชน์กับการเลนท์คุง จริงๆนะ เรารู้ตัวว่าเราคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่เรามีความเป็นห่วงแล้วความรู้สึกที่ดีให้การ์เลนท์คุงเสมอนะ อยากให้รักกันๆ ถึงมันจะแค่ไม่กี่วันแต่มันผูกพันนะ เรารอการเลนท์มาตลอดไง มันเหมือนเราถูกกำหนดให้ต้องมาอยู่ด้วยกันนะ เรารู้สึกผูกพันอยู่ลึกๆจริงๆ อะไรก็ตามไม่อยากให้คิดอย่างงั้นเลยจริงๆ มีอะไรพูดกับเราได้ทุกอย่างจริงๆ นะจ๊ะ อย่าคิดแบบนั้นอีกนะ *กอดๆๆๆๆ*
ปล. พรุ่งนี้เราเรียนบ่ายง่า แล้วเราลืมโทสับไว้ที่คนอ.T^T แล้วคือ....ไม่มีอะไรปลุกเราอ่ะจิ ถ้าการ์เลนท์ว่างช่วยโทรปลุกเราประมาณ10.20ได้มั๊ยตะเอง ถ้าว่างนะจ๊ะ ไม่ว่างไม่เป็นไรจริงๆจ้า เราไม่ว่าอะไร *กอดดดดด*

#1 By 『*涙*』Rui on 2007-06-04 23:15

นั่นสิ จะบอกว่า เราไม่มีโทสับแล้วจะให้โทปลุกยังไง T^T
อ๊ากกก เราจะตื่นยังไงเนี่ยยยยยยยยยยยยยยย T^T
อ่า....เรื่องคนที่เรารู้ว่าใคร ก็เคยถามแล้วนะว่าในบล๊อคอ่ะพูดถึงได้อ่ะเปล่า แต่ก็ตอบมาว่าอะไรจำไม่ได้แระ 555 ซึ่งทำไงดี เราก็เป็นห่วงอีกฝ่ายเหมือนกันแหะ ใช้โค้ดเนมดีก่า อิอิ ช่วยคิดหน่อยจิตะเองงง 5555
ปล. เรื่องโทปลุกไม่เป็นไรหรอก เพราะเราไม่มีมือถืออยู่ดี T^T แง๊!!!

#2 By 『*涙*』Rui on 2007-06-04 23:39

กร๊ากกกก น้องเชอร์รี่!~
อะนะ รู้กันแค่นี้ เด๋วน้องเชอร์รี่โกดด 555
ก็คุยธรรมดานะ ที่จริงแล้วเชอร์รี่ก็คุยไม่เก่งหรอก 555
ส่วนเจ้าเคย์มันฮาๆอยู่แล้ว ยังไม่เห็นมันหื่น ไว้จะลองดู กร๊ากกก
กอดดดดดดดดด

#3 By 『*涙*』Rui on 2007-06-05 00:05

ตายทั้งๆที่ยังมีชีวิต น่ากลัวมาก
คือตายหายไปจากความทรงจำของคนที่เราให้ความสำคัญ

เรื่องนี้เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ คนเรามันก็งี้แหละ
แต่ต้องมีซักคนล่ะ ที่เกิดมาเพื่อเป็นเพื่อนกับเราโดยฌฉพาะ ถ้าเราเจอ แล้วก็จะรูได้ทันที ว่าไอ้นี่แหละ เพื่อนเราชัวร์ๆ

แต่กว่าที่เราจะเจอเราต้องหาอย่างยากเย็น แต่ถ้าเจอแล้วจะทำให้เรามีความสุขมากนะ ^^

สำหรับเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ
อย่างน้อยบล็อคนี้ของการ์เล็นท์คุง ก็ช่วยให้ระบายออกมาได้เสมอนี่นา

บล็อคนี่ก็เป็นเพื่อนที่ดีของการ็เล็นท์คุงเหมือนกันไง ^^

ส่วนเอริเอง ไม่สนิทอะไรมากมาย
แต่ว่า อยากจะสนิทกับการ็เล็นท์คุงอีกนะ
อยากเป็ฯเพื่อนกัน คุยกันสนุกๆ ^^
เพราะงั้น มีเรื่องอะไรบอกกันได้เลยนะ

ตอนนี้ชอบส่งเมลล์ด้วย
ว่างๆส่งเมลล์มาบ้ากันได้ 555+

#4 By †ERIRIN† on 2007-06-05 17:33

อ่านะ เราเข้าใจ มันก็คล้ายๆความรู้สึกเราในตอนนี้อ่ะ ไร้ญาติขาดมิตรมากมาย อ่านของปัทแล้วจะร้องไห้เลยอ่ะ เง้อ~ T^T
จริงๆถ้าเหงาก็โทรมาหาเราได้นะ ปัทมะเห็นโทรมาหาเค้าเลยง่า >3<
ก็นะ เราเข้าใจ

ไม่ใช่ว่าไม่เคยรู้สึก(แปลกป่ะ แม้จะเห็นเราเป็ฯแบบนี้ก็ตาม)

ก็แบบ เวลาต้องไปเรียนพิเศษ หรือ เดินซื้อของบลาๆๆ คนเดียว อารายทำนองนี้

มันจะเหมือนกันว่า สกิลการพูดของเราลดลงเยอะ จนบางที พออ้าปากก็อาจจะลืมการออกเสียงหลายๆประโยคไปได้

แต่ไอ้เรื่องที่แกต้องมาพึ่งพาเราเนี่ย

เราไม่ได้คิดว่าแก พึ่งพา เรา หรือ แก เป็ฯภาระ เราซะหน่อย

แกเป็ฯเพื่อนเรา.....สนิทที่สุดในที่นี้มากก่าใคร

เวลาเราเลือก แน่นอนว่าเราก็ต้องเลือกแกอยู่แล้วสิ

รูมเมทเราก็รู้....เค้าก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเค้าก็มีคู่อยู่กันเองได้....

ก็คงจะเหลือแต่ น้องเชอร์รี่ ล่ะมั้ง....

รายนั้นออกแนว....เอาเถอะ รู้ๆกันอยู่ ออกแนวว่าเป็ฯห่วงนิดนึง

เพราะน้องเชอร์รี่พูดไม่ค่อยเก่งด้วย

พอมาอยู่กะเรา.....เหมือนเราพูดมากอยู่คนเดียวเลย(ในที่นี้ไม่ขอ เรียกว่า คุยเก่ง แบบที่พี่ รุยว่า 555+)

แต่เราว่า พี่รุยเค้าคุยกะ น้องเชอร์รี่มาก่กาเราอีกนา.....

แต่กะแก เราว่าเค้าอาจจะสนิทกับแกมากก่าก็ได้นะ ด้านความรู้สึก

เรากับเค้าเพิ่งเจอกันไม่นาน

แต่นิสัยคุยง่ายของเรามากก่า เลยดูเหมือนเราสนิทและเข้าหาง่ายก่า อะไรทำนองนั้นรึป่าว??

แต่สงสารพี่รุยชอบกลแฮะ....ไปไหนก็ไม่ได้ ต้องกลับ คนอ. ลูกเดียว.....

ไม่มีเวลาไปก๊งกันเลยให้ตาย

น้องเชอร์รี่ก็นะ.....พูดแต่ละที เหมือนต้องเอาตะแกรงมาง้างปาก="=a

ดูมันยากลำบากเหลือเกินที่จะให้เค้าเปิดปากพูด รึยิ้มได้(โดยเฉพาะอันหลัง)

เรื่องแม่ เราอาจจะช่วยแกไม่ได้
แต่เราให้กำลังใจแกได้

เราเต็มใจไปหาแกทุกเวลา(ก่อนที่หอจะปิด)

แต่ถ้าหอปิดแล้ว แล้วเราไม่มีเรียนเช้าคงอยู่ค้างเลย 555+

เราเต็มใจรับฟังแก ให้คำปรึกษา(ที่ไม่ค่อยได้เรื่อง)

แต่เเค่อยากจะบอกว่า เวลามีอะไร อยากให้นึกว่าอย่างน้อยก็ยังมีเรา

ถึงแม้ถ้าเรียกแล้วเราจะมาสายไปบ้าง(คงจะรู้ดีเพราะอะไร 555+)

แต่เราก็ไปแน่ๆล่ะน่า........

ขอย้ำ.....เราไม่ได้คิดว่าแกเป็ฯภาระ ที่จะต้องมาคอยปกป้อง

แต่เราคิดว่า มันเป็ฯสิ่งที่ "เพื่อน" ควรทำให้ "เพื่อน" ไม่ใช่เพราะคำสั่ง, รักษาภาพพจน์ หรือ หน้าที่ อะไรทั้งนั้น.....

ขอเสี่ยวหน่อย แต่กูทำให้มึงอย่างจริงใจจริงๆนะ

กูดีใจที่อย่างน้อยมึงก็คุยกะคนอื่นได้ มีคนคุยถูกคอกับมึง ถึงแม้จะเป็ฯแค่คนรู้จักไม่ใช่เพื่อนสนิทก็ตาม
(แต่ถ้าน้องเชอร์รี่เป็ฯงี้มั่ง....กูว่าโลกคงแตก 555+)

เอาเป็ฯว่า.....

ในโลกนี้มึงไม่ได้เอยู่คนเดียว

อย่างน้อยก็ยังมี กู มี พี่รุย มี ไอ้ทานุกิต๊องส์เรนเรน ไอ้หมาดำหัววุ้น....และน้องเชอร์รี่(เหมือนไม่ค่อยเกี่ยวนะว่ามะ? 55+)

โอเค๊?

อยู่คนเดียวไม่ได้ก็อย่าพยายามอยู่ มาค้างหอกูมา 55+
(ไม่ใช่ละ)

กูว่าอยู่หอกูออกแนว อบอุ่น(จนร้อน)ไปนิด แต่กูก็ชอบนะ..ถ้ามึงมายด์ที่นี่ยังไง กูก็ยินดีไปค้างบ้านมึง (เมื่อกูพร้อมนะ)

เอาเป็ฯว่า กูรัก และเป็นห่วง มึงนะ
โดยเฉพาะเวลามึงคุยกะแม่....โซ ซีเรียส

ดร๊วฟส์
/กอดมั่งเดะ....
อ้อ..ลืมบอก กูมาที่นี่ทีไร กูอัพบล้อกให้มึงใหม่ทุกทีเลย.....

กูป่าวตั้งใจนะเฟ้ย

อย่าอัพเรื่องเครียดเด่ะ

เด๋วสาธยายยาวทุกทีเลย.....ชริๆๆๆ
อืมมม รู้สึกว่ามันก้อเหมือนเรื่งที่เราเคยคิด
ตอนนี้ก้ออาจจะคิดอยู่ก้อได้
ชีวิตมันก้อเปนแบบนี้แหละ
แค่เพราะคนอื่นมีอิสระที่จะเลือก
แต่พวกเราไม่มี มันก้อแค่นั้น
เพราะถูกควบคุมโดยคนที่คิดว่าความฝันและอิสระเปนสิ่งฟุ่มเฟือย

ไม่รู้สินะ แต่เรายังคงมีชีวิตต่อไปเพื่ออะไรบางอย่างที่ตอนนี้อาจจะยังมองไม่เห็น

...อาจจะเพื่อรอให้เทอไปเม้นบล็อกเราด้วยมั้ง 555+

#8 By ωΨωShinryuu_SanaωΨω on 2007-06-06 13:26

คนเรา...ม่าจามเปงจาต้องสร้างเปลือกอารัย...ถ้าคนนั้นม่ามีอารัยที่อยากจาปกป้อง....

แระทุกคน...ก้อคงม่ายอยากจาล้มลงหั้ยคนอื่นเหยียบหรอกช่ายม้า

จาเปงรัยไป...ถ้าแค่เราจาปกป้องความรู้สึกของตัวเอง

ชีวิตถึงยังงัย....มานก้อเปงของเรา...แระเราเอง...ก้อม่ายช่ายตุกตา...หัวจัย..ความคิด...ความรู้สึกที่มี

ถ้ายังสัผัสถึงสิ่งเหล่านี้ได้อยู่...
มานก้อคงเปงตัวบอกแร้วหล่ะ...ว่าเราม่ายช่าย สิ่งของ"ของคัย

ชีวิตเปงของเรา...นั่นเปงเรื่องจิง
แต่ทุกสิ่งมานต้องและกับอารัยสักอย่างเสมอ

แร้วกล้าพอมั้ย???ที่จาเปลี่ยน

#9 By ...... (58.147.100.164) on 2007-06-07 03:05

ลืมบอกไป
สู้ๆเข้านะ
ยิ้มเข้าไว้
เวลายิ้ม....ออกจาน่ารักซะขนาดนั้น

#10 By .... (58.147.100.164) on 2007-06-07 03:07

ขอบคุณเม้นข้างบนมากนะครับ

*ยิ้ม*

แต่ถ้าบอกผมหน่อยว่าเปป็นใครก็จะดีนะครับ

แบบว่า...

แอบเคยเห็นตัวเป็นๆตอนผมยิ้มด้วย????

เง่อ
สู้ๆเข้านะ....
*ยิ้มแระเดินเข้าไปกอด*
ยิ้มเข้าไว้
มีความสุขกับวันนี้มากๆ
แร้วสักวันเราจะได้พบกัน
*เดินจากไป

#12 By ..... (58.147.100.164) on 2007-06-08 01:42

เฮ้ออออออออออออออออ
อย่าคิดมากน้า.......
เพลงร้ากเพ่แพรเสมอน้า
จ๊วบบบบบบบบบ







เพ่แพรยางมีเพลงคอยหั้ยกามลังจายอยู่ตรงนี้
เถิงเพลงจาปรึกษาอารายม่ายได้
หรือเพ่แพรยางคิดว่าเพลงเดะอยู่
ม่ายสามารถปรึกษาอารายได้
แต่มานม่ายจิงเลย
เพลงเปนที่ปรึกษาหั้ยเพ่แพรเสมอ





จำวั้ยว่าเพ่แพรม่ายได้อยู่คนเดียว
ร้ากเพ่แพรเสมอ










ด๊วบบบบบบบบบบ






เถิงเราจาทะเลาะกานบ้าง
แต่เราก้อดีกานนายเวลารวดเร็ว
จิงม่ะ???






ปายแระ
ร้ากเพ่แพรเสมอ

#14 By เพลง (125.26.65.87) on 2007-06-08 21:08

อ่านแล้ว...ความรู้สึกมัน...มันรับรู้นะ
แต่พิมพ์ออกมาไม่ถูก เพราะเราก็ไม่ใช่คนที่เรียงความคิดความรู้สึกออกมาเป็นตัวอักษรได้ดั่งใจ
มันจริงอยู่ ที่ถึงต่อให้มีใครมาล้อมรอบ
แต่ความรู้สึกของตัวเรานั้นกลับไม่เป็นแบบสิ่งรอบข้าง
นั่นสินะ....เราก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน
มันเหมือนกับหลอกตัวเองหน่อยๆว่าเรานั้นมีเพื่อนๆอยู่รอบข้าง
แต่จริงๆในใจนั้นกลับว่างเปล่า
.......
ขอโทษน้า ที่พูดอะไรไม่ค่อยจะเป็น
แต่ว่า....ความรู้สึกของกาเลนท์คุง
เราเข้าใจน้า ^^

#15 By 『芽衣』_バカ on 2007-06-08 23:48

สภาพยูกิที่ดูดีๆ -*-

(แอบหนักใจเพราะไม่มี)

เง้อ~ ถ้าวันไหนยูกิคุงคิดจะทำตัวให้ดูดีกว่านี้แล้วจะเอามาให้ดูนะ T^T

ตอนนี้ทนไปก่อนนะ 5555+

คิดถึงการ์เล็นท์คุงม๊ากมาก
ไม่ค่อยมาหากันเลย เรียนหนักเหรอจ๊ะ * 0 *

#16 By †ERIRIN† on 2007-06-10 10:06

Gralent โอขอเบอร์โทรศัพท์หน่อยจิ

เอาเบอร์โอไปก้อด้ายย


0865261145


โอเค้??


อยากเห็นจิงๆ


ตอนนี้เพื่อนโอที่อยู่เด๊กกะลัง


ท้อแท้อยู่อ่ะ


โดนว้ากมานกดดันด้วยอ่ะ


น่าสงสารเนอะ


เค้ารักตะเองนะ

#17 By Ovii (221.128.77.10) on 2007-06-11 20:46

เยส ฝากดูแลรุยจังด้วยน๊า~

ใครรังแกรุยจังก็อัดเลยน๊า O.O


กัทคุงอย่าลืมดูและตัวเองน๊า~

#18 By †ERIRIN† on 2007-06-18 13:00

แวะมาทักทายจ้าก้อเข้าใจนะความรู้สึอ่ะยังงัยก้อสู้ๆๆนะจ้าจะคอยเป็นกำลังใจให้หละกานเนอะยิ้มให้กับตัวเองอยู่เสมอๆน๊าชีวิตจะได้มีแต่ความสุขอิอิ
อื๊ม หมอนั่นแหละ
มันบอกว่าเพื่อนมันมาบอกรักมัน
แต่มันมีแฟนแล้ว
เพื่อนมันก้อเลยพูดประมานว่า แล้วมาหลอกชั้นเล่นทำไม
ฟังแล้วแอบเครียด

#20 By ωΨωShinryuu_SanaωΨω on 2007-07-03 10:41

ขอบคุณนะกาเลนท์คุง T^T
ตอนนี้หายเฮิร์ทแล้วล่ะ

#21 By 『芽衣』_バカ on 2007-07-06 17:47

การเลนท์!!!~
*อ้อนๆๆ*
ตอนนี้เหนื่อยจังเลยยย
พรุ่งนี้จะกลับบ้านแล้ว
คิดถึงการเลนท์จัง
วันนี้เห็นการเลนท์เดินผ่านหน้าคนอ.ด้วยล่ะ ใส่หูแมวด้วย น่ารักที่สุดเลย
ไม่ว่าใครจะพูดยังไง การเลนท์น่ารักสำหรับเราที่สุดเลย *กอดแน่น*
แต่ขอโทดนะที่ออกไปเรียกไม่ทัน T^T อยากกอดจางงง
รุยรักการเลนท์~~~
จ๊วบบบบบบ

#22 By 『*涙*』Rui on 2007-07-12 21:17

*วิ่งมากอดทั้งน้ำตา*
โฮรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไม่ค่อยได้เจอการเลนท์ที่ม.เรยยยย
อ่ะแน่ล่ะ เพิ่งหยุดยาวเลยนี่นา T^T
อ๊ากกก มือเราตอนนี้ก็เหมือนจะดีขึ้นแล้วอ่าจ้า ยาก็ดีจริง 555 แต่มันก็ยังเจ็บๆสากๆอยู่บ้างT^T น่าเกลียดมากๆเลยอ่าการเลนท์ โฮรกก *ซุกๆ*
รักการเลนท์มากๆเลยนะ ตอนนี้เรากะลังเก็บตังค์ไว้จะพาไปเลี้ยงนะจ๊ะ *กอดแน่น* รักเสมอ คิดถึงการเลนท์มากๆเลย T^T
ปล. แค่การเลนท์อวยพรเราก็หายเลยล่ะ *หัวเราะ* ถึงภายนอกมันจะดูไม่ดี แต่เราดีใจมากเลยนะ 555 *หอมๆ*

#23 By 『*涙*』Rui on 2007-08-14 22:41

ยังสบายดีอยู่ใช่มั้ย???

รักษาแระก้อดูแลตัวเองด้วยนะ

พวกเรานะ...ดูแลตัวเองม่ายได้หรอก

555

สักวัน....เราจะได้พบกัน

รักเทอร์เสมอม่ายเคยเปลี่ยนนะ

#24 By ... (58.147.100.175) on 2007-08-28 13:42

ง่า กาเลนคุงงงงงงง
ป๋มสอบพรีเทสงับ ไม่ใช่สอบจริง
แหะๆ
แต่ตั้งใจว่า อยากเข้าอักษรศิลปากรนะ งิงิ

#25 By 『芽衣』_バカ on 2007-10-06 07:58

อืม...*กุมขมับ*
น...นี่มัน...นี่มันผ่านไปตั้งนานแล้วนะ กัตจังจะดีขึ้นรึยังนะ??

*ประมวลเหตุการณ์ในหัว*
คาดว่าน่าจะยังพอพูดได้...

ผมว่าสิ่งที่กัตจังรู้สึกน่ะมันก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะคับ? จะว่าไงดีล่ะ

ผมว่า คนเราจะเข้มแข็งขึ้นได้เมื่อนึกถึงคนอื่นน่ะ

ถ้ากัตจังบอกว่าตัวเองต้องแบ่งความเข้มแข็ง ความร่าเริง ความสดใสมาจากคนอื่น แล้วเคยคิดมั๊ยคับว่าตัวเองเข้มแข็งมากแค่ไหนที่สร้าง 'เปลือกนอก' ที่ว่าขึ้นมาแบ่งปันความสดใส ความร่าเริงจากตัวเองได้

อย่าเอาแต่คิดว่าตัวเองรับมาจากคนอื่นสิคับ จะต้องมีคนที่ได้รับจากคุณอยู่ด้วยแน่ๆ เพราะมนุษย์เราก็มักจะแลกเปลี่ยนกันเงียบๆด้วยส่งเหล่านั้น?

ผมยอมรับว่าไม่ค่อยจะเข้าหากัตจังมากนักก็เพราะว่า ไม่กล้า น่ะคับ ไม่ใช่กลัวโดนกัดหรอก ผมรู้ว่ากัตจังฉีดยาแล้ว *วิ่งหนีไปก่อน*

ไม่สิ จะบอกว่ากลัวจะรำคาญน่ะ ^^ เพราะผมเป็นพวกร่าเริงกับคนอื่นเกินเหตุ(รึเปล่า?) หลายๆคนก็ไม่ชอบนะ มันเหมือนกับว่า..อืม บางทีก็ไปล้ำเส้นเค้า บางคนเค้าคิดว่า เสแสร้ง น่ะคับ เอ่อ แต่ผมแค่อยากจะรู้จักทุกคนเอาไว้เท่านั้นเอง เพราะอย่างน้อยผมอยากเป็นคนสุดท้ายในโลกก็ได้ ที่ใครสักคนจะนึกถึงก่อนที่จะคิดว่าตัวเองอยู่คนเดียว...

เป็นเรื่องที่ผมตั้งใจไว้มานานแล้วล่ะ (ทำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ก็คงเพราะถูกมองว่ามันเป็นการคบกันแค่ผิวเผินล่ะมั๊ง??)

ผมแค่ไม่อยากจะรอว่าเมื่อไรที่คนเราจะเปิดใจกับคนอื่นได้มากขึ้น - ผมสู้สร้างเองเลยไม่ดีกว่าเหรอ คนรอบตัวแบบที่ผมต้องการ (ไม่ได้เปลี่ยนคนอื่น แต่ผมปรับตัวเองน่ะ)

ขอโทษนะคับ

ผมไม่รู้ว่ากัตจังขี้เหงา ^^ ถ้ารู้ว่าไม่ได้ต้องการโลกส่วนตัวล่ะก็ ผมก็อยากจะรู้จักกัตจังให้มากกว่านี้นะ เพราะกัตจังก็เป็นคนหนึ่งที่เคยช่วยผมไว้เหมือนกัน..จะจำได้รึเปล่าก็ไม่รู้นะฮะ ตอนที่ผมเป็นบ้าน่ะ 55+ (เหมือนว่าตอนนี้ก็ยังไม่หายบ้าเลยนะ -*-)

แต่ผมเป็นพวกชอบเกาะแกะน่ะ ภาษาชาวบ้านก็คงเรียกอย่างงั้น เพราะงั้นก็เลยเกรงใจที่จะไปยุ่งกับผู้หญิงมาก เพราะบางคนเค้าถือว่าผมเป็นผู้ชายไปแล้วคับ ^^" ก็เลยต้องระวังเรื่องนี้ไว้ด้วยน่ะ! ถ้ากัตจังไม่ถือล่ะก็ ผมจะถือว่ากัตจังเป็นหมอนใบใหญ่เอาไว้ให้กอดด้วยล่ะนะ 55+ (ถือโว้ย - -+/กัตจัง)

แล้วเจอกันคับ
อ่านแล้ว

*รอบแรก*

*รอบสอง*

*และรอบต่อๆไป*

รู้สึกว่า...

พูดม่ายออกซะงั้น...
ที่อ่านซะหลายรอบไม่ได้เพราะไม่เข้าใจหรอกนะงับ
จะว่าไงดี --"
..."
..."
..."
แล้วอะไรๆมันจะผ่านไปได้เองนะ
^^"ยังไงก็อยากให้ยิ้มกับวันพรุ่งนี้ที่อะไรดีดีกำลังรออยู่

ขอบคุณสำหรับคำพูดดีดีที่กั๊ชจังบอกกับผม

ถึงจะยาก ยังไงอยากให้วิ่งไปข้างหน้าด้วยกันนะ ^^"

*********************

*วันนี้เจอกันด้วย*
วิ่งวุ่นๆกันทั้งคู่เลย ผมก็วิ่งตามเรื่องมาตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ ...น้ำตาริน

อ้อ...ยังม่ายได้แนะนำตัวหรอกั๊บบบ
ป๋มชื่อฟ้านะconfused smile
อายุ 19 จะ 20 ขวบแล้นๆ ^^"//บอกทะไมเนี่ย เหอะๆ

อยากไปเดินเล่นกับกั๊ชจัง จังเยยก๊าบบบบ
...แต่ถ้าเป็นช่วงนี้คงได้พาวิ่งตามหาลายเซ็นจารย์ซะมากกว่า sad smile

อ้อ อีกอย่างขอเรียกว่ากั๊ชเบล เอ้ย กั๊ชจังตามแร็คคุงนะงับ...ได้ป่าวเนี่ย แต่ผมเรียกไปแล้วล่ะ 555+

#27 By | | | K I R Y O U K A | | | on 2007-12-13 21:31

เว้นระยะกว่าจะตอบนานไปหน่อย
ขอโทดทีน๊า~ แฮ่ะๆ

วันนี้เจอกานอีกแล้ว ฮ่าๆ

มองซ้าย <_<" มองขวา >_>"
แก้มใสๆ
มือไวเท่าใจคิด
*หมับ*หยิกๆ*

พอได้สติ::: อ๊ากกกกกนี่เรากะลังหยิกแก้ม
กั๊ตจังอยู่นะ ทำไงดี มือไวมาก
โกดป่าวเนี่ย ไงก็โทดทีน๊า~
*เอาหัวโขกหมอน*
//y_y"เจ็บอ่า
พรุ่งนี้มีเรียนป่าว?
เราว่างๆทั้งวันเลย หุหุ

ฝากหวัดดีเคย์กะเดียร์ด้วยน๊า
จุ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จ๊วบๆๆๆๆ
ฮ่าๆๆ

#28 By | | | K I R Y O U K A | | | on 2007-12-20 23:50

Please give food to this poor kids!! Photobucket